วันศุกร์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2563

บันทึกอนุทินครั้งที่6

 บันทึกอนุทินครั้งที่ 6
วันพุทธ ที่ 9 เดือนกันยายน 2563
เวลาเรียน 08:30-12:30 น.
ผู้สอน ผู้ช่วยศาสตร์ตราจารย์กรรณิการ์ สุสม

ในสัปดาห์นี้มีการเรียนการสอนของบทที่ 4 เรื่อง ทฤษฎีการเรียนรู้
ทฤษฎีการเรียนรู้ที่สำคัญได้แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ
1.ทฤษฎีกลุ่มพฤติกรรมนิยม
-ทฤษฎีการวางเงื่อนไข
-ทฤษฎีการวางเงื่อนไขแบบคลาสสิค
-ทฤษฎีการวางเงื่อนไขแบบการกระทำ
2.ทฤษฎีกลุ่มความรู็ความเข้าใจ
-ทฤษฎีสัมพันธ์เชื่อมโยง
-ทฤษฎีสัมพันธ์ต่อเนื่อง
ทฤษฎีการเรียนกลุ่มพฟติกรรมนิยมแบ่งเป็นกลุ่มย่อยได้ ดังนี้
1.ทฤษฎีการวางเงื่อนไข
-การวางเงื่อนไขแบบคลาสสิค
พาฟลอบ (Pavlov)
การทดลอง
1.ก่อนวางเงื่อนไข ตัวอย่าง ให้ผงเนื้อ→น้ำลายไหล , เคาะกระดิ่ง→น้ำลายไหล
2.ขณะกำลังวางเงื่อนไข ตัวอย่าง ให้ผงเนื้อ+เคาะกระดิ่ง→น้ำลายไหล
3.หลังการวางเงื่อนไข ตัวอย่าง เคาะกระดิ่ง→น้ำลายไหล
หลักการเรียนรู้สำคัญ
1.การแผ่ขยาย
2.การแยกแยะ
3.การหยุดยั้ง
4.การฟื้นคืนสภาพเดิม

จอร์น บี วสัต(John B.Watson)
นำเอาทฤษฎีของพาฟลอบมาเป็นหลักการในการอธิบายผลงาน จนได้รับยกย่องว่า "บิดาของจิตวิทยาพฤติกรรมนิยม"
การทดลอง
1.อัลเบิร์ตเล่นกับหนูขาว ยิ้มแย้มมีความสุข
2.ตีเหล็กให้เกิดเสียงดังทุกครั้งที่อัลเบิร์ตจะยื่นจับหนูขาว แล้วก็ร้องไห้
3.ยื่นหนูขาวให้ดูอย่างเดียวให้อัลเบิร์ต แล้วอัลเบิร์ตร้องไห้้ ต่อมานำหนูขาวให้ดูใหม่ โดยให้แม่กอดและคอยปลอบเด็กไว้ เด็กก็จะค่อยๆหายกลัวหนูขาว
สรุป
1.พฤติกรรมเป็นสิ่งที่สามารถควบคุมให้เกิดขึ้นได้โดยการควบคุมสิ่งเร้าที่วางเงื่อนไขให้สัมพันธ์กับสิ้งเร้าตามธรรมชาติ และการเรียนรู้จะคงทนถาวร หากมีการให้สิ่งเร้าที่สัมพันธ์กันนั้นคบคู่ไปอย่างสม่ำเสมอ
2.เมื่อสามารถทำให้เกิดพฤติกรรมใดๆได้ ก็สามารถลดพฤติกรรมนั้นให้หายไปได้

เมรี่ โจนส์(Mary Jones)
การทดลอง
1.ปีเตร์อายุ 3 ขวบ กล้วหนูขาวเหมือนอัลเบิร์ต
2.ให้ปีเตอร์เข้าใกล้หนูขาว แล้วเขาร้องไห้
3.มีคนอุ้มด้วยความรักให้เล่นกับหนูขาว และทุกครั้งที่เข้าใกล้หนูขาวจะยื่นขนมให้ แล้วเขาก็จพไม่กล้ว
4.ให้ปีเตอร์เล่นกับหนู(อย่างเดียว) เขาก็เล่นได้อย่างมีความสุข
นำการทดลองของวสัตและเมรี่ โจนส์ไปใช้ในชีวิตปะจำวัน และการเรียนการสอน
1.ความรู้สึกบางอย่างมีมาตั้งแต่กำเนิด เช่น ความรัก ความโกรธ ความกลัว
2.การลดความกลัว ความไม่กล้าแสดงออกของเด็ก นั้นมาจากการทำให้เด็กรู้สึกมีความปลอดภัย ทั้งทางร่างกายและจิตใจ
3.ความไว้วางใจของเด็กเกิดจากความรักความเข้าใจจากครู พ่อ แม่ ผู้ปกครอง
4.การวางเงื่อนไขเชิงบวกจะช่วยลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์
5.การเรียนรู้จะดำเนินไปอย่างราบรื่นยั่งยืนเมื่อเด็กรู้สึกปลอดภัย
6.การจัดสภาพแวดล้อมทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียนที่ปลอดภัยจะทำให้เกิดการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ

สกินเนอร์(skinner)
สิ่งที่ก่อให้เกิดขึ้นก่อน→พฤติกรรม→ผลที่ได้รับ
ในการทดลองของสกินเนอร์แบ่งออกเป็น 2 แบบ 
1.การเสริมแรงทางบวก คือ สิ่งเร้าเมื่อนำมาใช้แล้วทำให้อัตราการตอบสนองมากขึ้น เช่น การชมเชย
2.การเสริมแรงทางบวก คือ สิ่งเร้าใดเมื่อนำมาแล้วทำให้อัตราการตอบสนองมากขึ้น เช่น การตำหนิ

ธอร์นไดค์(Thomdike)
การลองผิดลองถูกจะนำไปสู่การเชื่อมโยงระหว่างสิ่งเร้า การตอบสนอง และการเรียนรู้ ได้แบ่งไว้ 3 กฎ
1.กฎแห่งผล ถ้าผู้เรียนเรียนรู้อะไรจะต้องมีรางวัลให้ รางวัลมิได้หมายถึงสิ่งของอย่างเดียวแต่อาจจะเป็นทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำให้ผู้เรียนพึงพอใจ
2.กฎแห่งการฝึก พฤติกรรมใดมีการทำซ้ำๆบ่อยๆ ควบคุมดีก็จะมีผลต่อการเรียนรู้
3.กฎแห่งความพร้อม มี3กฎ ดังนี้
3.1 เมื่อการกระทำพร้อมที่จะแสดงออกมา ผู้กระทำ ทำด้วยความสบายใจ
3.2 ถ้าการกระทำใดพร้อมที่จะแสดงออกแต่ไม่ได้แสดง จะทำให้เกิดความไม่สบายใจ
3.3 การกระทำใดยังไม่พร้อมที่จะแสดงออกอาจจะถูกบังคับจะเกิดความลำบากใจ

❤❤บรรยากาศในห้องเรียน❤❤






ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

บันทึกอนุทินครั้งที่10

บักทึกอนุทินครั้งที่ 10 วันพุทธ ที่ 7 เดือนตุลาคม เวลาเรียน 08:30-12:30 น. ผู้สอน อาจารย์ศุภร ธนะภาณุ สัปดาห์นี้เป็นการเรียนการสอนที่มีการทด...